หลายคนที่เป็นเบาหวานมักกังวลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก
บางคนตั้งใจควบคุมอาหาร ลดของหวาน และตรวจน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “สุขภาพไต”
ทั้งที่ในความเป็นจริง โรคไตเรื้อรังเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยเบาหวาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องเข้าสู่การฟอกไตในอนาคต
สิ่งที่น่ากังวลคือ ไตสามารถเสื่อมลงได้โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว
น้ำตาลในเลือดสูง ทำร้ายไตได้อย่างไร
หน้าที่สำคัญของไตคือการกรองของเสียออกจากเลือด
แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หลอดเลือดฝอยขนาดเล็กที่อยู่ภายในหน่วยไตจะเริ่มได้รับความเสียหาย
ในช่วงแรก ร่างกายยังสามารถชดเชยได้ ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเสียหายจะค่อย ๆ สะสม จนประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลง
นี่คือจุดเริ่มต้นของภาวะ “ไตเสื่อมจากเบาหวาน”
ทำไมผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าไตกำลังมีปัญหา
โรคไตระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ไม่มีอาการเจ็บปวด
ไม่มีอาการผิดปกติรุนแรง
ไม่มีสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ง่าย
หลายคนจึงเข้าใจว่าตัวเองยังแข็งแรงดี
จนกระทั่งผลตรวจสุขภาพเริ่มพบความผิดปกติของค่าไต
หรือในบางกรณี อาการเริ่มแสดงออกเมื่อไตเสียหายไปมากแล้ว
โปรตีนรั่วในปัสสาวะ สัญญาณเตือนที่สำคัญ
หนึ่งในสัญญาณแรก ๆ ของโรคไตจากเบาหวาน คือ ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
ตามปกติ โปรตีนควรอยู่ในกระแสเลือด ไม่ควรถูกขับออกทางปัสสาวะ
แต่เมื่อหน่วยไตเริ่มเสียหาย โปรตีนจะสามารถรั่วผ่านตัวกรองของไตออกมาได้
แพทย์จึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานตรวจปัสสาวะและตรวจการทำงานของไตเป็นประจำทุกปี
เพราะการตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้มาก
เมื่อไตเริ่มเสื่อม ร่างกายจะส่งสัญญาณอะไรบ้าง
แม้ในระยะแรกจะไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อไตเริ่มทำงานลดลง อาจพบอาการดังต่อไปนี้
-เหนื่อยง่ายผิดปกติ
-อ่อนเพลียเรื้อรัง
-บวมบริเวณเท้าหรือข้อเท้า
-ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
-ความดันโลหิตสูงขึ้น
-เบื่ออาหาร
-น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน จึงไม่ควรรอให้มีอาการก่อนจึงค่อยตรวจสุขภาพ
การอักเสบเรื้อรัง อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อไต
ในปัจจุบัน งานวิจัยจำนวนมากพบว่า การอักเสบเรื้อรังมีส่วนสำคัญต่อการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด รวมถึงโรคไต
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ร่างกายจะเกิดภาวะเครียดออกซิเดชันและการอักเสบเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้หลอดเลือดและหน่วยไตได้รับความเสียหายมากขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดูแลสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการควบคุมน้ำตาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดปัจจัยที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกายอีกด้วย
ดูแลไตอย่างไร หากเป็นเบาหวาน
การดูแลสุขภาพไตสำหรับผู้ป่วยเบาหวานสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น
-ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
-ควบคุมความดันโลหิต
-ลดอาหารเค็ม
-ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม
-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
-หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดโดยไม่จำเป็น
-ตรวจค่าไตและปัสสาวะเป็นประจำ
รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยรวม เพื่อลดภาระของร่างกายในระยะยาว
Fucoidan กับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวาน
Fucoidan เป็นสารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลที่ได้รับความสนใจในด้านการดูแลสุขภาพและสมดุลของร่างกาย
ปัจจุบันมีการศึกษาถึงบทบาทของ Fucoidan ในด้านการสนับสนุนภูมิคุ้มกัน การลดภาวะอักเสบ และการดูแลสุขภาพโดยรวม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน
สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว การเลือกใช้ชีวิตอย่างสมดุล ควบคู่กับการดูแลร่างกายจากภายใน ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการรักษาคุณภาพชีวิต
เพราะเมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน การดูแลไม่ได้จบแค่เรื่องน้ำตาลในเลือด แต่รวมถึงการปกป้องอวัยวะสำคัญอย่าง “ไต” ตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

