ซื้อ CoQ10 หรือ Ubiquinol มาแล้ว แต่พอจะเริ่มรับประทานกลับเกิดคำถามตามมาอีกหลายข้อ ควรกินตอนเช้าหรือตอนเย็น? กินก่อนหรือหลังอาหาร? กินพร้อมกาแฟได้ไหม? ถ้าลืมกินหนึ่งวันต้องเพิ่มเป็นสองเท่าหรือเปล่า? คำถามเหล่านี้ดูเหมือนเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่จริง…
เมื่อเข้าสู่วัย 40 หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ร่างกายที่เคยคุ้นเคยกำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย เมื่อก่อนนอนดึกบ้างก็ยังไหว แต่เดี๋ยวนี้ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อยาก บางวันนั่งทำงานอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกใจเต้นแรง บางช่วงเหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกร้อนขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ…
เมื่อก่อนเลิกงานแล้วยังมีแรงไปออกกำลังกาย วันหยุดเดินเที่ยวได้ทั้งวัน เล่นฟุตบอล วิ่ง หรือเข้าฟิตเนสหนัก ๆ วันรุ่งขึ้นก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่พอเข้าสู่วัย 40 หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ตื่นเช้ามาไม่สดชื่นเหมือนเดิม
ทำงานครึ่งวันก็เริ่มหมดแรง
ออกกำลังกายแล้วเหนื่อยเร็วขึ้น…
CoQ10 กับ Ubiquinol ต่างกันอย่างไร? ก่อนเลือกกินควรรู้เรื่องรูปแบบ การดูดซึม และการนำไปใช้ของร่างกาย
เดินเข้าไปร้านขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้วต้องการซื้อ CoQ10 แต่กลับพบผลิตภัณฑ์อีกชนิดที่เขียนว่า “Ubiquinol” บางผลิตภัณฑ์ระบุ CoQ10 100 มิลลิกรัม บางผลิตภัณฑ์ระบุ Ubiquinol 100 มิลลิกรัม บางแบรนด์บอกว่า…
หลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วทุกอย่างปกติ -คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ -ความดันปกติ -น้ำตาลปกติ -ไขมันอยู่ในเกณฑ์ แต่พอเดินขึ้นบันได 2-3 ชั้น กลับเหนื่อยกว่าที่เคย เดินในห้างนานหน่อยก็เริ่มหมดแรง ออกกำลังกายได้ไม่นานก็ต้องหยุดพัก จนอดสงสัยไม่ได้ว่า…
หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยจากผู้ป่วยโรคไต คือ "ทำไมพักผ่อนแล้ว แต่ยังเหนื่อยอยู่" บางคนตื่นเช้ามาก็รู้สึกอ่อนเพลีย เดินไม่ไกลก็หมดแรง ทำงานบ้านเพียงเล็กน้อยก็ต้องนั่งพัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลายคนคิดว่าเป็นเพราะอายุมากขึ้น หรือร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่ในความเป็นจริง ความเหนื่อยล้าอาจเป็นหนึ่งในอาการสำคัญของโรคไตที่หลายคนไม่รู้ ความเหนื่อยของผู้ป่วยโรคไต…
"เมื่อก่อนนอนดึกแค่ไหนก็ยังไหว" เป็นประโยคที่หลายคนวัย 40 ปีขึ้นไปพูดเหมือนกัน เมื่อก่อนทำงานทั้งวัน กลับบ้านดึก ตื่นเช้ามาก็ยังสดชื่น เมื่อก่อนออกกำลังกายหนักแค่ไหน วันรุ่งขึ้นก็พร้อมลุยต่อ เมื่อก่อนเดินทางไกลหลายวันก็ยังมีแรง แต่พออายุเพิ่มขึ้น กลับรู้สึกว่า -เหนื่อยง่ายกว่าเดิม…
หลายคนเชื่อว่าหากไม่ป่วย ไม่เป็นไข้ และผลตรวจสุขภาพยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็แปลว่าสุขภาพแข็งแรงดี แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหนึ่งภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว นั่นคือ "การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ" หรือ Chronic Inflammation ภาวะนี้ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยชัดเจนเหมือนการติดเชื้อ แต่กลับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังหลายชนิด…
หลายคนตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลออกมาปกติ ทั้งความดัน คลื่นหัวใจ หรือระดับไขมัน แต่กลับยังรู้สึกว่า “เหนื่อยง่าย” เดินขึ้นบันไดนิดเดียวก็หอบ ออกแรงไม่มากก็ล้า หรือไม่มีแรงเหมือนเมื่อก่อน อาการแบบนี้อาจไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจโดยตรง แต่อาจเกี่ยวข้องกับ “พลังงานของเซลล์หัวใจ” ที่เริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่…
หลายคนเริ่มออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ แต่กลับพบว่าหลังออกกำลังกายยิ่งเหนื่อย ไม่มีแรง ฟื้นตัวช้า หรือปวดล้าหลายวัน ต่างจากบางคนที่ออกกำลังกายแล้วกลับสดชื่น มีพลังมากขึ้น ความแตกต่างนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฟิตเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับ “พลังงานระดับเซลล์” และความสามารถของร่างกายในการฟื้นตัวหลังใช้พลังงาน ทำไมออกกำลังกายแล้วบางคนกลับเหนื่อยกว่าเดิม การออกกำลังกายทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้น…
หลายคนใช้ชีวิตเหมือน “แบตใกล้หมด” ตลอดเวลา ตื่นมาก็ยังเหนื่อย ทำงานนิดเดียวก็ล้า วันหยุดพักเต็มที่แต่ก็ยังไม่รู้สึกสดชื่น บางคนรู้สึกเหมือนร่างกายฟื้นตัวไม่ทันกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนน้อยอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับ “สมดุลภายในร่างกาย” ที่เริ่มเสียไป ทั้งพลังงาน ภูมิคุ้มกัน…
หลายคนรู้สึกว่าแม้จะนอนครบ 7–8 ชั่วโมง แต่ยังตื่นมาไม่สดชื่น หรือหลังวันทำงานที่ไม่หนักมากกลับรู้สึกหมดแรงผิดปกติ ภาวะนี้อาจไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนไม่พอเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า Mitochondrial Dysfunction หรือภาวะการทำงานผิดปกติของไมโตคอนเดรีย ไมโตคอนเดรียคือแหล่งผลิตพลังงานหลักของเซลล์ หากกระบวนการผลิตพลังงานลดลง แม้จะพักผ่อนเพียงพอ…
